| 個人檔案Por_na_pas 相片部落格清單 | 說明 |
|
5 September ทำงานที่นี่มันดีอย่างนี้เองน้อออออ ว่าจะมาเขียนเรื่องประสบการณ์กลับมาเมืองไทย ไปๆ มาๆ เริ่มทำงานไปแล้ว เลยขอไปเขียนเรื่องงานเลยแล้วกัน เคยสงสัยมานานว่า ทำไมคนถึงอยากมาทำงานกระทรวงการต่างประเทศกันจั๊ง???!! อันนี้สงสัยมานานตั้งแต่เริ่มได้ทุนของก.ต. ใหม่ๆ แล้วยังไม่ได้เริ่มทำงาน ไม่รู้ว่าดูละครเก่าๆ มากกันไปหรือเปล่า เพราะนิยมให้พระเอกทำงานกระทรวงนี้ นึกชื่อได้หลายเรื่องเลย สลักจิต บ้านทรายทอง นางอาย หนึ่งในทรวง ฯลฯ ไม่ค่อยเจอพระเอกทำงานกระทรวงมหาดไทย เว้นแต่พวกนิยายที่ให้พระเอกเป็นปลัดอำเภออะน่ะ พอมาเริ่มทำงาน โอ้ มันดีแหะ แต่ไม่เกี่ยวกับภาพที่นิยายวาดไว้หรอก แต่ดีด้วยตัวหน้าที่และเนื้องานอย่างแท้จริง มันมีอะไรให้คึกคัก กระชุ่มกระชวยจิตใจ ก่อนที่จะลืม ถ้าอยากรู้จักชีวิตนักการทูตปัจจุบัน (ไม่ใช่ยุคคุณชายกลางในบ้านทรายทอง) มีละครสั้นชีวิตนักการทูต เรื่อง "บุญถึง" ใครอยากรู้ทำงานกระทรวงเป็นไง ไปติดตามดูชีวิตนายบุญถึงได้ เป็นเด็กบ้านนอก เข้ามาสอบในกระทรวง จนมาเจอนางเอกเป็นสาวไฮโซ มีการเวียนงานไปตามกรมเรื่อยๆ เลยจะได้รู้ว่าแต่ละที่ทำงานยังไง ที่สนุกสนานก็คือ เค้ามาถ่ายละครที่ทำงานเป็นระยะๆ เลย ถ้าอยากออกทีวีก็เดินไปเดินมาแถวนั้น รับรองเข้าตากรรมการได้เป็นตัวประกอบชัวร์ (งบมันน้อย เอาคนแถวนั้นแหละ ประหยัดดี ^^) อ่อ ฉายในเคเบิลท้องถิ่นต่างจังหวัดวันเสาร์ แต่กดดูที่ลิงค์นี้ได้ ละคร ฉันนี่แหละ บุญถึง หลังจากลั่นล้าหลังเรียนจบไปพักใหญ่ กระทรวงฯ ก็เรียกทำงาน ได้ลงกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กรมและกองที่ทำอยู่เจ้านายเมตตามาก และเพื่อนร่วมงานน่ารักมาก ทำงานสบายใจ (สำหรับคนที่ไม่คุ้นกับโครงสร้างราชการนะ วิธีไล่ตั้งแต่ใหญ่ลงมาเล็กคือ กระทรวง กรม กอง) งานเยอะ คนน้อย ทำงานกลับบ้านเย็นๆ ทุ่มครึ่งนี่เวลาปรกติ แต่ด้วยงานเยอะ คนน้อย เลยเป็นการเปิดโอกาสให้ได้ทำอะไรที่ถ้าไปทำงานที่อื่น คงอีกหลายปีกว่าจะได้มีโอกาสทำ เช่นไปร่วมสัมมนาและประชุมโน่นนี่ที่ผู้ใหญ่เค้าคงไปจนเบื่อแล้วหรือไม่มีเวลาไป เราเลยได้เปิดหูเปิดตาซะเลย ความประทับใจแรกเลย: - ได้เจอนายกอภิสิทธิ์ ตัวเป็นๆๆ.... (โฮ่ะๆๆๆ เรื่องการเมืองนี่บางทีมันเหมือนเชียร์ทีมบอลนะ ใครชอบทีมไหนก็จะติดตามผลงานทีมเดียวไปตลอด ต่อให้ไม่เป็นแชมป์มานมนานปีก็เชียร์ไอ้ทีมนี้อยู่นั่นแหละ การเมืองมันก็คล้ายๆ กัน ชอบพรรคไหนแต่เด็กก็ชอบมาตลอด จะเป็นฝ่ายค้าน สอบตก สอบผ่านแค่ไหนก็เชียร์ ยอมหลับหูหลับตากาผู้แทนที่ในใจคิดว่า ไอ้หมอนี่เป็นใคร(ว่ะ) แต่ด้วยเพราะมาจากพรรคนี้ ก็เลือก.... จะบังเอิญด้วยโชคชะตาหรืออะไรก็ตาม ได้กลับมาทำงานตอนที่พรรคนี้เป็นรัฐบาลอีกครั้ง (อีกอย่าง เห็นจะเป็นพรรคเดียวที่ยังอยู่ตั้งแต่เริ่มสนใจตามข่าวการเมืองตอน ม.2 จนถึงตอนนี้ยังไม่ล่มสลายไปซะก่อน) อ้อมโลกไปนาน กลับเข้าเรื่อง พอเริ่มทำทำงานได้อาทิตย์เดียว ผอ. กองก็ส่งไปร่วมสัมมนาเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจไทย (ช่วงนี้สัมมนาทั่วประเทศจะฮิตหัวข้อนี้มากเป็นพิเศษ) เป็นของกรรมการร่วมภาคเอกชน มีนายแบงค์ ภาคอุตสาหกรรม ตัวแทนจากองค์กรระหว่างประเทศอย่าง World Bank, ADB ฯลฯ มา งานใหญ่ทีเดียว จัดที่ ตึก UN ESCAP และมีนายกฯ ไปเปิดงาน ทีขำคือ พอส่งใบร่วมสัมมนาไป ทางผู้จัดก็โทรมาถามว่า "อันนี้ไปเป็นตัวแทนท่านปลัดกระทรวงฯ ใช่มั้ยครับ" ซึ่งก็ใช่จริงๆ แหละ แต่ในใจฮามาก ยัยนี่พึ่งมาทำงานได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ แต่ไปแทนท่านปลัด (กระทรวงคนน้อยก็อย่างนี้แหละนะ) ไปถึงก็ได้ฟังนายกพูดถึงภาวะเศรษฐกิจไทยและวิธีแก้ปัญหาของรัฐบาลด้วยภ.อังกฤษเพราะๆ คนพูดเก่งนี่ได้เปรียบจริงๆ นะ พูดแล้วเห็นภาพ เคลิ้มๆ จะเชื่อว่ารัฐบาลไทยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ราบรื่นเหมือน superhero อะไรอย่างนั้นแหละ นอกนั้นยังได้ไปฟังวิสัยทัศน์ของคนที่เราเคยแต่อ่านชื่อในหนังสือพิมพ์บ่อยๆ เช่น รอง นรม. กอร์ปศักดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรม ฯลฯ แล้วยังได้ฟังมุมมองของคนอื่นๆ ในแวดวงแนวหน้าวงการเศรษฐกิจไทย เรียกว่า แค่สัมมนาแรกๆ ก็เปิดหูเปิดตาซะกว้างไกล เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เยอะ แต่สรุป ประทับใจเพราะทำงานได้สองอาทิตย์ก็ได้เจอนายกฯ .... ฮ่าๆๆๆ ประทับใจสอง - ได้มีโอกาสไปร่วมฟังคนมีความคิดดีๆ พูดบ่อยๆ อันนี้สืบเนื่องมากจากข้อแรกแหละ ที่บอกว่าคนน้อย เลยได้ไปประชุมงานที่เค้าเชิญผู้ใหญ่ซะเยอะ นอกจากงานเจอนายกฯ แล้วยังได้ไปอีกหลายงาน ได้ฟังผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจพูด ชอบมาก ไปแล้วเหมือนเปิดโลกทัศน์ กลับมาอยากค้นคว้า อยากขีดเขียนอะไรมากมายไปหมด มานั่ง discuss กับที่บ้านได้อีกยาวไกล (บ้านนักวิชาการก็อย่างงี้อ่ะน่ะ) ล่าสุด ที่ประทับใจคือได้ไปฟัง Joseph Stiglitz นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล พูดถึงสองครั้งติดกัน มีโอกาสได้ฟังดร. อัมมาร์ ดร. วรากร และอีกหลายๆ คนที่ได้แต่ยินชื่อมากนานหลายๆ คน และกำลังจะได้ไปฟัง Jeffrey Sachs ผู้ริเริ่ม Millennium Project และผู้นำความคิดด้าน Development Economics เร็วๆ นี้ เรียนในยุโรปมักไม่ค่อยได้มีโอกาสเจอ "ดารา" ทางด้านเศรษฐศาสตร์ ได้แต่ใช้หนังสือและอ่าน paper ของท่านๆ เหล่านี้บ่อยๆ พอจะได้มาฟังตัวจริงเสียงจริงก็.. โอ้แม่เจ้าเหมือนกัน ^^ เวลาฟังคนมีความคิดดีๆ พูดแล้วเรามักจะได้ไอเดียใหม่ๆ เสมอ ถ้าไม่ได้อยู่กระทรวงนี้ก็คงอด เพราะเด็กๆ อย่างเราคงไม่ได้ไป ประทับใจสาม - กระทรวงนี้เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เจอผู้ใหญ่ และแสดงความเห็นได้ อาจจะเพราะคนทำงานน้อย (อีกแล้ว) เรื่องอะไรๆ มันเลยลงมาถึงข้าราชการชั้นผู้น้อยอย่างพวกเรา กำลังคิดว่าถ้าเป็นกระทรวงอื่น อย่างกระทรวงพาณิชย์หรืออะไรอย่างนี้นะ ที่จำนวนข้าราชการหนึ่งกรมของเค้าคงเท่ากับจำนวนข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศทั้งกระทรวง เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น งานทีทำเกี่ยวของกับเศรษฐกิจไทยเยอะ ถ้าอันไหนมีคณะกรรมการโน่นนี่ที่มีกระทรวงการต่างประเทศร่วมอยู่ด้วย ส่วนมากงานก็มาลงที่กองนี่แหละ พี่ๆ เพื่อนๆ ทีทำงานที่กองเป็นต้องไปประชุมกันบ่อยมาก ในฝ่ายของเราก็มีเช่นกัน ก่อนประชุมก็ต้องเตรียมแฟ้ม และมีเข้าไป brief และให้ความคิดเห็น ซึ่งคนไปทำก็เป็นเจ้าหน้าที่ในกองนี่แหละ ผู้ใหญ่จะฟังหรือเปล่าอีกเรื่องนึง แต่อยู่ที่กระทรวงฯ นี้มีโอกาสให้เจ้าหน้าที่เจอผู้ใหญ่ โดยตรง และยังเปิดโอกาสให้ให้ข้อมูลและความคิดเห็นได้ และเป็นแบบนี้ในทุกสายงาน และเป็นในทุกระดับ ทั้งระดับกรมและกอง สามารถขีดเขียนหรือเสนอไอเดียดีๆ ส่งให้คนทั่งกระทรวงอ่านได้ ให้ผู้ใหญ่รับรู้ได้ ไม่มีการกีดกันหาว่าเป็นเด็กแล้วคงจะไม่รู้เรื่อง ... ตรงนี้แหละที่เราว่าที่ส่วนราชการอื่นอาจจะไม่ได้เป็นทุกที่ อยู่ที่นี่ให้ความรู้สึกว่า ถึงจะเป็นข้าราชการ แต่ถ้าขยัน คุณก็มีลู่ทางทำอะไรได้ ไม่ใช่เป็นแต่เสือกระดาษ ทำแต่งานโต๊ะจำเจ เพราะฉนั้น ถ้ามีความคิดอะไรดีๆ หรือขยันสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ความคิดนั้นมีช่องทางที่จะไปถึงผู้ใหญ่ได้ และบางทีไม่แน่ อาจจะมีคนสนใจขึ้นมา เรื่องดีๆ ที่อยากเสนอ ที่อยากทำก็อาจจะได้ทำจริงๆ ประทับใจสี่ - ได้ไปเปิดหูเปิดตาในโลกกว้าง อยู่กระทรวงนี้มีแนวโน้มได้ไปต่างประเทศบ่อย.... โอเค อันนี้อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลพื้นๆ ที่หลายคนอยากจะเข้ามาทำงานกระทรวง ตอนแรกนึกว่าตัวเองจะมีภูมิต้านทานเรื่องนี้พอสมควร เพราะที่ผ่านมาใช้ชีวิตในต่างประเทศมากกว่าเมืองไทยด้วยซ้ำ คนที่อยู่ต่างประเทศมานานมักจะโหยหาอ้อมกอดของแผ่นดินแม่ เลยไม่คิดว่าตัวเองจะกระดี๊กระด๊าอยากไปต่างประเทศกับเค้าหรอก แต่พอจะได้ไปเพราะตัวงานแล้ว เออ... มันคนละความรู้สึกแหะ ไม่ใช่ดีใจจะได้ไปต่างประเทศเพียงเพราะไปเมืองนอก แต่ดีใจจะได้ไปเห็นอะไรใหม่ๆ ในเรื่องที่ตัวเองสนใจ อยู่ดีๆ ผู้ใหญ่ก็เมตตา ให้ไปร่วมประชุมระดับนานาชาติต่างประเทศซะงั้น รอบนี้ UNCTAD ที่ Geneva พอดีจะมีเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจด้วย เข้าสายงานพอดี ตอนรู้ก็อีกสองอาทิตย์บินเลย ปุบปับดีแท้ วิ่งทำพาสพอร์ตขาแทบพันกัน แต่ดีใจมาก ได้ไปเปิดหูเปิดตา จะได้ไปฟังเรื่องการแก้วิกฤตเศรษฐกิจโดยผู้เชี่ยวชาญจากทั้งโลก (หลังจากที่ฟังของไทยมาหลายรอบ) แถมจังหวะดี ได้มีโอกาสร่วมอันเชิญพระบรมสารริกธาตุไปสถิตที่เจนีวา (อันนี้ของแถม แต่ดีใจมากได้ร่วมบุญ เผลอๆ ดีใจกว่าได้ไปประชุม ฮ่าๆๆ เกิดมาชาตินี้คงมีโอกาสอันเชิญพระบรมสารรีริกธาตุรอบเดียว) ดูตัวงานก็มีแนวโน้มว่าทั้งชีวิตการทำงานคงได้เดินทางไปโน่นมานี่เยอะ ถ้าใฝ่รู้ และไม่เบื่อเดินทางซะก่อนแล้ว ทำงานที่นี่ช่วยให้ได้เห็นอะไรในโลกกว้างนี้อีกมากมาย ทำงานมาซักเดือนกว่าๆ ก็สังเกตได้ประมาณนี้แหละ คงไมใช่เหตุผลที่ใครๆ คงจะคาดไว้ตอนแรก ภาพพจน์ในนิยายคงมีแต่ในนิยาย ของจริงสนุกและตื่นเต้นกว่าเยอะ 回應 (7)
引用通告此內容的引用通告是: http://ptorut.spaces.live.com/blog/cns!C5C3BA91B0C18970!2921.trak 引述這則內容的部落格
|
|
|